รีวิว Three Billboards

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน ( ยังไม่มีคะแนน )
Loading...

Review No.032/2018

Three Billboards

Genre : Crime

Rate : –

Runtime : 115 นาที

Release Date : 08 March

 

รีวิว Three Billboards

 

ยกให้เป็นหนึ่งในหนังยอดเยี่ยมแห่งปีดเลยสำหรับ 3 Boardband เอ้ย Three Billboard หลังจากดูจบยังแอบคิดในใจว่าเสียดายเหมือนกันที่พลาดหนังยอดเยี่ยมไปแต่ The Shape of Water ก็ถือว่าได้สมราคาแล้วเหมือนกันเฉือนกันไม่ลง

ว่ากันถึงการแสดงกันก่อน ต้องบอกว่าเรื่องนี้ทัพนักแสดงกินกันไม่ลงเลยทีเดียว แต่ละคนจัดเต็มกันมาก  โดยเฉพาะ Frances Mcdormand ที่ได้ออสการ์นำหญิงสด ๆ ร้อน ๆ และ Sam Rockwell ที่ได้รางวัลสมทบชาย ป้า Frances สามารถแสดงออกถึงบทแม่ผู้สูญเสียและไร้ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจใด ๆ ในชีวิตได้ดีมาก การแสดงออกทางภายนอกที่ดูเถื่อน หยาบกร้านแต่ภายในกลับเปราะบางและร้าวรานนั้น ป้าสามารถแสดงออกได้จากสีหน้าและแววตาได้จนเรารับรู้ถึงความทุกข์ตรมและไร้ซึ่งความเชื่อและความหวังในสิ่งใด ๆ จนต้องลุกขึ้นมาทำอะไรด้วยตัวเอง และตอบโต้คืนไปแบบตาต่อตาฟันต่อฟันเพื่อทวงความยุติธรรมและกระตุ้นให้ตำรวจเดินหน้า ส่วนน้า Sam ต้องบอกเลยว่าบทส่งมาก ๆ กับบทตำรวจหยาบเถื่อนที่เรามักพบเห็นในหนังทุกเรื่อง (และในชีวิตประจำวัน) ที่ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ และต้องมาชนกับป้าที่เมื่อหมดหนทางก็กัดฟันสู้ไม่ถอย ตลอดทั้งเรื่องเราจะได้เห็นการปะทะคารมที่แสบสันต์และหนักหน่วงมาก ๆ ในขณะที่ Woody Harrelson ก็แสดงได้อย่างน่าประทับใจ

หนังเล่าเรื่องได้แบบกระชับฉับไวน่าติดตามมาก ๆ ตัวหนังค่อนข้างเล่นประเด็นที่หนักหน่วงและนำเสนอได้อย่างซีเรียสจริงจังไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับตัวแทนรัฐอย่างตำรวจ หรือแม้แต่กระแสของชุมชนที่บีบคั้น หนังดึงอารมณ์ร่วมของคนดูไปได้สุดทาง แต่ในขณะเดียวกันก็สอดแทรกใส่ความเป็นอารมณ์ขันได้อย่างถูกจังหวะ ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นมุกตลกร้ายและดาร์กมาก ๆ แต่หนังก็นำเสนอให้อยู่ในโทนที่ผ่อนคลายเรียกเสียงทั้งโรงได้อย่างดีเพื่อลดทอนความเครียดและความแรงของสิ่งที่หนังสื่อออกมา ซึ่งทำได้เวิร์คมาก ๆ และไม่ได้เสียเมสเซจหรือโทนของหนังไปเลย และหนังมีทิศทางของเรื่องที่คาดเดาได้ยากมาก ๆ ทำให้เราอึ้งไปกับหลาย ๆ อย่างได้อย่างดี และไม่ว่าจะเป็นทั้งดราม่าหรือมุกตลก แต่ละอย่างที่สื่อนั้นสามารถวิพากย์สังคมได้อย่างแสบสันต์เลือดซิบกันเลยทีเดียว แต่ถึงกระนั้นหนังเรื่องนี้ก็ไม่ใช่หนังดราม่าน่าเบื่อดูยาก แต่กลับดันกลับเป็นหนังที่ดูง่าย ดูสนุก เข้าข่ายความเป็นหนังแมสได้เลยทีเดียว

ตัวละครหลัก ๆ ในเรื่องล้วนมีมิติที่จับต้องได้ ทุกคนไม่ได้อยู่ในเฉด ขาว-ดำ แบบชัดเจน แต่นำเสนอความเป็นมนุษย์สีเทาได้อย่างจริงใจ ทุกคนล้วนมีความคิดทัศนคติเป็นของตน การตัดสินใจต่าง ๆ จากแรงขับภายในที่ต่างกันส่งผลเป็นการกระทำที่ดูเผิน ๆ อาจตัดสินถูก-ผิด ได้ง่าย แต่หนังนำเสนอให้เห็นได้ว่าหลาย ๆ ครั้งก็อย่าตัดสินกับเพียงสิ่งที่เห็นเท่านั้น และตัวละครหลักนั้นมีพัฒนาการของตัวละครที่ชัดเจนมาก ๆ จากหลายปัจจัยที่หนังนำเสนอ ซึ่งสามารถสื่อประเด็นเรื่องการใช้ชีวิตให้ขบคิดได้เป็นอย่างดี

มีข้อตินิดหน่อยที่คือการวางเรื่องมันแอบเหมาะเจาะเกินไปหน่อย มันดูเป็นการ “จงใจ” วางเรื่องให้เกิดเรื่อง แบบอยู่ถูกที่ถูกเวลา (หรือผิดที่ผิดเวลา) และตัวละครประกอบที่ไม่ใช่ตัวละครหลักดันบางตัวดันมีสีสันแบบละค๊อนละครชัดเจน และมีความเล่นใหญ่ รวมถึงมิติที่แอบแบนราบไปหน่อย แต่ก็เป็นจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มองให้เป็นสีสันของเรื่องก็ได้ เพราะมันก็ไม่ได้โดดจากโทนของหนังนักและไม่ได้ฉีกของมาจากเนื้อเรื่อง

ดนตรีประกอบเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำได้ดีทีเดียว ผลงานของคอมโพเซอร์ที่มักจะทำให้หนังนอกกระแส (แต่ปัง)อย่าง Carter Burwell ที่เราผ่านตาไปหลายเรื่อง เช่น Fargo, Being John Malkovich, Adaptation, No Country for Old Men , Burn After Reading , A Serious Man , The Blind Side , True Grit, Anomalisa   และล่าสุดกับ Wonderstruck  ถึงแม้ว่าจะไม่มีเมโลดี้ที่ติดหู แต่สามารถทำหน้าที่ขับส่งและซับพอร์ตการเล่าเรื่องได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเล่าเรื่องผ่านดนตรีในด้านภาวะจิตใจของตัวละครที่สามารถสื่อให้คนดูสัมผัสได้ถึงห้วงอารมณ์ของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งจริง ๆ

ป้า Frances และน้า Rockeell สมศักดิ์ศรีออสการ์ อินเนอร์จัดเต็มมาก ตัวละครทุกตัวมีมิติ เล่าเรื่องได้กระชับน่าติดตามด้วยความหนักหน่วงซีเรียสสลับมุกฮาที่จังหวะดี ตลกร้ายที่วิพากย์สังคมได้แสบสันต์ มีประเด็นดี ๆ เรื่องชีวิตให้ขบคิดได้ดีทีเดียว

Score : 9.5/10

#ThreeBillboard #BornToSeeMovies #เกิดมาเพื่อดูหนัง

Cr.@Ik^Q^San

แสดงความคิดเห็น