รีวิว All The Money In The World

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน | 9.00 / 10 คะแนน จากผู้ชม 1 คน
Loading...

Review No.026/2018

All The Money In The World

Genre : Crime

Rate : 15+

Runtime : 135 นาที

Release Date : 22 February

 

รีวิว All The Money In The World

 

ปู่ริดลีย์สก็อตต์กลับมาคืนฟอร์มได้จากเรื่องนี้จริงๆหลังจากเป๋ไปพอสมควรกับ Alien: Covenant ซึ่งกลับมาคราวนี้ปู่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังกับหนังที่สร้างจากเรื่องจริงของพอลเก็ตติหลานชายของเจ. พอลเก็ตติมหาเศรษฐีน้ำมันผู้ที่ได้ชื่อว่ารวยที่สุดในโลกเมื่อพอลถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่แต่คุณปู่มหาเศรษฐีกลับเลือกที่จะไม่จ่ายเงิน

หนังมีความเป็นดราม่ากดดันปนระทึกขวัญให้ได้ลุ้นๆกันหนังเล่าเรื่องได้สนุกน่าติดตามจริงๆแม้ครึ่งแรกของหนังนั้นจะเน้นประเด็นไปที่การปูพื้นความสัมพันธ์ของครอบครับเก็ตติดังนั้นจะเต็มด้วยบทสนทนาที่เยอะมากแต่หนังก็ทำได้ไม่น่าเบื่อสามารถปูความน่าติดตามให้เห็นถึงอุปนิสัยใจคอของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างชัดเจนและเมื่อหนังเดินหน้าไปมากขึ้นความกดดันความเครียดก็พุ่งขึ้นเป็นลำดับทั้งจากสถานการณ์ที่ยากจะคาดเดาทั้งเหตุการณ์และการตัดสินใจของตัวละครซึ่งพอมาช่วงครึ่งหลังหนังปล่อยของมากแต่ละฉากนั้นมีความเรียลสมจริงและดุดันเป็นความลุ้นระทึกด้านอารมณ์ที่ปล่อยหมัดใส่คนดูได้อยู่หมัดเลยจริงๆแต่หนังก็ไม้ใช่ว่าจะอัดใส่ความเครียดมาอย่างเดียวหนังมีจังหวะผ่อนคลายอยู่บ้างเป็นการกระทำที่เซอร์ไพรซ์สุดๆของตัวละครคือถ้าตามเนื้อเรื่องจริงๆแล้วมันเครียดมากแต่มันเป็นการตัดสินใจที่ไม่นึกไม่ฝันว่าจะออกมาในรูปนั้นได้จริงๆซึ่งสร้างความผ่อนคลายไปได้บ้าง

แต่ในเรื่องประเด็นที่ชวนขำขันพวกนั้นแหละคือหนึ่งในแกนหลักของเรื่องที่ทำการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอำนาจของเงินได้อย่างแสบสันต์จริงๆหนังใช้เหตุการณ์จริงๆเสริมไดอะล็อกต่างๆเข้าไปทำให้เรื่องราวของอำนาจเงินถูกตีแผ่แบบเจ็บๆคันๆและให้เห็นถึงความเลวร้ายไม่ว่าจะอยู่ยุคสมัยไหน

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือการแสดงอันยอดเยี่ยมและทรงพลังของทั้ง 3 คนคือปู่คริสโตเฟอร์พลัมเมอร์เจ้มิเชลล์วิลเลี่ยมส์และพี่มาร์ควอห์ลเบิร์กคือเป็นการรวมตัว Ensemble ได้เข้าขากันดีทีเดียวกับบทเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่ความคิดทุกอย่างเป็นผลประโยชน์ทั้งหมดลูกสะไภ้ผู้มีชีวิตที่รันทดน่าสงสารและอดีตเจ้าหน้าที่ CIA ที่เป็นข้ารับใช้เศรษฐีที่ต้องช่วยตามหาคนปู่พลัมเมอร์เล่นได้อย่างน่าหมั่นไส้น่าเบิร์ดกะโหลกในระดับเดียวกับ Churchill ของ Gary Oldman คือมีความเป็นคุณปู่ที่ไม่ยอมละทิ้งอะไรและค่อนข้างเห็นแก่ตัวได้อย่างสมบทบาทฉากปล่อยของมีมาเป็นระยะๆไม่ใช่การระเบิดพลังแต่สีหน้าแววตาการแสดงออกทางร่างกายมันออกมาจนเราสัมผัสได้แต่ก็น่าเสียดายแทน Kevin Spacey ที่อาจจะมีสิทธิ์ได้เข้าชิงเลยเหมือนกันส่วนเจ้วิลเลี่ยมส์นั้นฝีมือดีไม่มีตกสีหน้าแววตาน้ำเสียงของแม่ผู้ปวดร้าวที่ลูกถูกจับแต่ทำอะไรไม่ได้และพยายามดิ้นรนต่อสู่ทุกวิถีทางที่จะเอาเงินมาให้ได้มันทำให้เราเอาใจช่วยไปกับเธอเป็นนิยามของการเล่นน้อยแต่มากจริงๆทุกกครั้งที่เธอรับโทรศัพท์นั้นทำเอาเราลุ้นไปกับเธอว่าจะเกิดอะไรขึ้นส่วนวอห์ลเบิร์กนั้นถือว่าทำได้ดีกว่ามาตรฐานหลายๆเรื่องด้วยเรื่องนี้เล่นได้เป็นธรรมชาติมากกว่าบทของวีรบุรุษที่ต้องฟังฝ่าอุปสรรคในหลายๆเรื่องกับบทที่ค่อนข้างซับซ้อนในด้านความคิดและการกระทำการต้องเลือกทำตามคำสั่งหรือสิ่งที่ควรจะทำทำให้ฉากท้ายๆของวอห์ลเบิร์กค่อนข้างหน้าจดจำแต่น่าเสียดายว่าส่วนใหญ่จะโดนสองรายแรกกลบไปซะเยอะ

ตัวหนังมีข้อเสียอยู่ตรงบางจุดในครึ่งแรกที่อาจย้วยไปบ้างและการตัดต่อไปมาระหว่างช่วงเวลาที่ถ้าไม่ตั้งใจดูอาจงงนิดๆและไม่ชอบหนังคุยกันและปะทะกันด้วยคารมณ์ขอให้ข้ามไปได้เลยเพราะช่วงครึ่งแรกมันจะมีแบบนั้นเยอะมากแต่พอเข้าครึ่งหลังแล้วมันจะระทึกและน่าติดตามขึ้น

สรุป

คือเป็นหนังที่สนุกเข้มข้นตึงเครียดลุ้นระทึกเป็นหนังเรียกค่าไถ่สุดเรียลและดุดันที่วิพากษ์เรื่องอำนาจเงินได้แบบแสบสันต์และพีคมากกับหลายๆฉากและทีมนักแสดงนำที่ปล่อยของกันได้ดีเลยทีเดียว

 

Score : 8.5/10

#AllTheMoneyInTheWorld #BornToSeeMovies #เกิดมาเพื่อดูหนัง

Cr.@Ik^Q^San

แสดงความคิดเห็น