รีวิว Wonder

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน | 9.17 / 10 คะแนน จากผู้ชม 6 คน
Loading...

Review (No.201/2017)

Wonder

ประเภท : Drama

Rate : G

ความยาว 115 นาที< strong>กำหนดฉาย 07 Dec 2017รีวิว (ดูมาแล้วเข้ามาให้คะแนนในเว็บกันด้วยนะ)

รีวิว Wonder ออกจากโรงด้วยความปลื้มปริ่มและอิ่มใจจริงๆกับเรื่องนี้บอกเลยว่ามหัศจรรย์สมชื่อมากๆคือตอนเข้าไปอ่ะก็คาดหวังไว้ระดับนึงแล้วนะแต่หนังทำได้เกินกว่าที่คาดไว้มากหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ตัวอย่างคือปูมาว่าเป็นหนังอารมณ์ “ฟีลกู้ด” “โลกสวย” เต็มๆอยู่แล้วดังนั้นอย่าคาดหวังว่าหนังจะบีบคั้นดราม่ารัดหัวใจให้หลั่งน้ำตาแบบจัด  ๆแต่ด้วยความฟีลกู้ดบวกความ Positive Thinking จ๋าของหนังเนี่ยแหละที่ตอนแรกคิดว่าจะเลี่ยนจะเอียนแต่ไม่หนังหยิบส่วนนี้มาซัดคนดูได้อยู่หมัดด้วยจังหวะที่เป๊ะเวอร์ทำให้เราเสียน้ำตาให้กับมันด้วยฉากที่แสนจะบวกและโลกสวยณจุดนี้อยากให้ลองเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองจริงๆ

เส้นเรื่องของหนังคือตามตัวอย่างเลยไม่มีอะไรมากการเล่าเรื่องของหนังไม่มีอะไรซับซ้อนเล่าง่ายธรรมดาและพอคาดเดาทางได้แต่กลับแฝงไปด้วยความ “มีอะไร” ที่ต้องเคารพฝีมือทั้งทีมงานและนักแสดงจริงๆจังหวะของหนังคือเป๊ะปังสุด  ๆลงตัวทั้งการเล่าเรื่องการตัดต่อดนตรีมุมกล้องการแสดงฯลฯรายละเอียดทุกอย่างมันเสริมกันมากๆจนก่อให้เกิดความกลมกล่อมอูมามิและดูได้เพลินสนุกและมีอารมณ์ร่วมอย่างง่ายดายหนังพาให้เราอยู่ดีๆก็ยิ้มด้วยความอิ่มใจต่อมาก็หัวเราะแบบฮาจริงๆและอยู่ดีๆก็อาจทำให้หลั่งน้ำตาได้ไม่รู้ตัวเลยสลับไปมาแบบนี้จนนึกว่าตัวเองเป็นไบโพลาร์หนังมันไม่ได้บีบคั้นอะไรเรามากแต่สามารถพาเราดิ่งซึมซาบอิ่มเอิบไปกับความรู้สึกและตื้นตันไปกับสิ่งที่ตัวละครเผชิญและตัดสินใจได้แบบง่ายดายมันสวยงามจนบอกไม่ถูกจริงๆ

การแสดงนักแสดงเด็กและวัยรุ่นทุกคนแคสมาดีเวอร์ออกมาได้เป็นธรรมชาติน้องหนูเจคอปไม่ต้องพูดถึงเทพขึ้นเรื่อยๆเพื่อนๆของน้องก็แสดงดีทุกคนโดยเฉพาะฉากท้ายๆของหัวโจกที่ชอบแกล้งอ็อกกี้คือเอารางวัลไปเถอะหนูส่วนรุ่นใหญ่อย่างป้าจูเลียก็ทำได้ดีมากการแสดงออกทางสีหน้าแววตาคือมันดูเป็นแม่ของอ็อกกี้ที่ต้องแบกรับอะไรหลายๆอย่างจริงๆส่วนโอเว่นวิลสันไม่ค่อยได้เห็นมาเล่นบทดราม่าเท่าไหร่เรื่องนี้ก็ไม่ทิ้งลายความตลกนะตัวโจ๊กของเรื่องแหละแต่ซีนดราม่าพี่แกทำได้ดีเแบบ “น้อยแต่มาก” ออกน้อยกว่าจูเลียแต่ส่งความรู้สึกมาให้คนดูแบบเต็มๆในหลายซีน

ด้วยการที่สร้างจากหนังสือทำให้ไม่สามารถเล่าเรื่องรายละเอียดของตัวละครได้มากนักด้วยข้อจำกัดของเวลา  แต่ถือว่าหนังเก็บรายละเอียดการกระทำและเบื้องหลังของตัวละครได้ครบถ้วนในส่วนหลักๆแต่ถ้าหนังยอมขยายเวลาให้นานกว่านี้ก็อาจทำได้ยอดเยี่ยมกว่านี้แต่แค่นี้ก็เยี่ยมมาก  ๆอยู่แล้ว

สิ่งที่หนังให้ไม่ได้เป็นเพียงข้อคิดดีๆคำพูดสวยหรูเท่านั้น  แต่หนังได้ตีแผ่สาระและแง่คิดของความเป็นมนุษย์ได้ “กระแทก” ไปหลายดอกหนังไม่ได้จงใจสอนอะไรชัดเจนแต่เหตุการณ์และการกระทำของตัวละครในเรื่องมันสะท้อนอะไรหลายๆอย่างจนเราจุกได้จริงๆและได้แง่คิดออกมาจากโรงให้ถกกันได้ยาวหนังให้ทัศนคติที่ดีที่เราควรเอาอย่างและสอนที่จะให้เราไม่ตัดสินใครไปก่อนไม่ว่าจะเป็นกายภาพหรือการกระทำทุกอย่างมีหตุผลมีเบื่องหลังสอนเราที่จะรู้จักรักและให้อย่างที่สโลกแกนของหนังที่ยกมาคือ “ถ้าต้องให้เลือกระหว่างความถูกต้องกับความเมตตาจงเลือกความเมตตา”สิ่งเหล่านี้ทำให้แอดนึกถึงข้อพระคัมภีร์ของคริสเตียนที่ว่า “ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ความรักไม่อิจฉาไม่อวดตัวไม่หยิ่งผยองไม่หยาบคายไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียวไม่ฉุนเฉียวไม่ช่างจดจำความผิดไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิดแต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่นและเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอและมีความหวังอยู่เสมอและทนต่อทุกอย่าง” (1 โครินธ์ 13:4-7) คือหนังอบอวลด้วยความมหัศจรรย์แห่งความรักอย่างแท้จริงและสิ่งที่แอดได้คือ “ถ้าเรามองเข้าไปข้างในแต่ละคนด้วยความรักอย่างตั้งใจเราจะเห็นความงดงามในหัวใจทุกดวง”9.5/10#WonderMovie #Wonder #เกิดมาเพื่อดูหนังCr.@Ik^Q^San

แสดงความคิดเห็น