รีวิว A Family Man

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน ( ยังไม่มีคะแนน )
Loading...

Review (No.195/2017)

A Family Man

ประเภท : Drama

Rate : 13+

ความยาว 110 นาที

กำหนดฉาย 30 Nov 2017

รีวิว (ดูมาแล้วเข้ามาให้คะแนนในเว็บกันด้วยนะ)

รีวิว A Family Man

หนังเกี่ยวกับเดนเจนเซ่นหัวหน้าทีม Headhunter ไฟแรงมากความสามารถที่กำลังขับเคี่ยวกับเพื่อนร่วมงานสาวเพื่อชิงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ในโค้งสุดท้ายแต่แล้วก็กลับมาพบว่าลูกชายคนโตของเขาต้องป่วยเป็นโรคร้ายแรงทำให้เขาต้องเลือกว่าจะให้เวลากับอะไรมากกว่ากัน

คือปกติเห็นแต่พี่เจิดเล่นแต่บทที่ไม่เท่ก็เถื่อนหรือมีตลกบ้างประปรายครั้งล่าสุดที่เล่นโรแมนติคทำเอาสาว  ๆใจละลายก็ P.S. I Love You กับ Hilary Swank ตั้งแต่ปี 2007 นู่นแต่ไม่เคยเห็นพี่เจิดในบทดราม่าเต็มรูปแบบจึงทำให้น่าสนใจมากและก็ไม่ผิดหวังเพราะนี่คือบทบาทการแสดงที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของพี่เจิดเลยจริงๆกับบทบาของหัวหน้าทีมไฟแรงเปี่ยมความสามารถและมีเล่ห์เหลี่ยมที่เยอะทำให้ได้รับการชื่นชมและไว้วางใจเราเห็นได้ถึงพลังงานที่ร้อนรนในตัวของแดนและเชื่อว่าเขาเป็นเช่นนั้นจริงๆสลัดคราบของเรื่องอื่นๆที่พี่เจิดเคยเล่นมาได้ดีทีเดียวและฉากพาร์ทดราม่าพี่เจิดก็เอาอยู่พัฒนาการของแดนนั้นพี่เจิดทำให้เห็นได้ชัดเจนมากๆจนท้ายที่สุดที่หนังส่งไปยังจุดไคลแมกซ์ซึ่งหนังไม่เลือกใช้ซีนโวยวายแต่เลือกให้คนดูได้ซีมซับอารมณ์ผ่านทางการแสดงออกทางสีหน้าของพี่เจิดจนหลายคนอาจน้ำตาไหลพรากได้ไปตามๆกันแต่ที่น่าชื่นชมจริงๆคือเจ้าหนู Max Jenkins ในบทลูกชายที่เป็นโรคลูคิเมียในเลือดเฉียบพลันต้องบอกว่าเจ้าหนูแสดงได้ดีสุดๆบทร่าเริงบทป่วยหรือบทเรียกน้ำตาที่เหมือนสั่งให้เปิดก๊อกแต่เสียดายที่ว่าหนังเรื่องนี้อาจไม่ได้มีบทให้โชว์ของมากเท่าไหร่แต่ดูแล้วถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่คือมีแววอนาคตไกลตามรอย Jacob Tremblay ไปแน่ๆ

ช่วงแรกของเรื่องนั้นหนังแอบปูเรื่องอืดไปหน่อยแม้หนังจะพาไปสำรวจชีวิตของแดนและครอบครัวแต่ก็แอบรู้สึกว่าสามารถทำให้กระชับกว่านี้ได้แต่ก็มาเข้ารูปเข้ารอยช่วงเกือบกลางเรื่องที่สามารถผลักดันหนังให้ออกมาดีน่าประทับใจได้จริงๆโดยเฉพาะตอนท้ายเรื่องเนื่องจากเราได้รู้จักแต่ละคนเป็นอย่างดีทำให้เราสัมผัสความรู้สึกที่ตัวละครส่งออกมาได้อย่างไม่ยากนักและน้ำตาไหลไปกับตัวละครได้แต่ก็แอบเสียดายอย่างที่บอกว่าหนังพาไปเล่าส่วนที่ไม่สำคัญยืดไปหน่อยถ้าหนังสามารถปูได้กระชับและใส่ส่วนที่สำคัญโดยเฉพาะเรื่องรายละเอียดความสัมพันธ์พ่อ-ลูกเข้ามามากกว่านี้ช่วงท้ายจะสามารถ Impact คนดูได้จังกว่านี้อีกมาก

ความจริงแล้วหนังสามารถทำให้ตัวเองมีจุดที่น่าจดจำได้หลายจุดมากเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นฉากต่างๆที่งดงามคำพูดของตัวละครที่ค่อยข้างคมและมีความหมายแต่การเล่าเรื่องและตัดต่อของหนังหลายช่วงกลับไม่ส่งฉากและคำพูดเหล่านั้นเท่าที่ควรทำให้กลายเป็นซีนธรรมดาที่ผ่านไปไม่มีอะไรน่าจดจำทั้งๆที่สามารถทำได้ดีกว่านี้ได้หากเล่าเรื่องและตัดต่อได้ถูกจังหวะมากกว่านี้

ส่วนที่น่าเสียดายที่สุดคือดนตรีประกอบมารู้ทีหลังว่าเป็น Mark Isham ซึ่งเรื่องนี้ทำได้ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ดนตรีแม้จะมีโทนอบอุ่นไสตล์ Isham แต่กลับกลายเป็นว่าหลายซีนดนตรีกลับไม่ Support หนังให้ดีได้เท่าที่ควรกลายเป็นว่าทำให้หนังดูเรียบไปถนัดตาฉากที่ควรจะ Built Up ขึ้นมาดนตรีก็ไม่ส่งทำให้ความจริงแล้วหลายฉากรวมถึงไคลแมกซ์จะสามารถพีคและ Impact ได้มากกว่านี้ต้องบอกว่าดนตรีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังดรอปเลยทีเดียวแต่ก็ถือว่าไม่ได้แย่คือก็ทำงานในฐานะดนตรีประกอบเคล้าอารมณ์ได้ดีแต่มันไม่ส่งให้ดีเท่าที่ควรจะเป็น

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่แนะนำให้ดูแม้จะเป็นหนังดราม่าครอบครัวตามสูตรที่อาจพอเดาทางได้แต่ก็ทำได้น่าประทับใจและซาบซึ่งและดูเพลินอยู่รวมถึงสาระที่ได้นั้นถือว่าดีหลายๆคนดูแล้วทำให้คิดถึงครอบครัวมากขึ้นเหมาะมากสำหรับวันหยุดนี้ที่จะพาครอบครัวไปดูด้วยกัน

7.5/10

#AFamilyMan #เกิดมาเพื่อดูหนัง

Cr.@Ik^Q^San

แสดงความคิดเห็น