รีวิว Stronger

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน ( ยังไม่มีคะแนน )
Loading...

Review (No.177/2017)

Stronger

ประเภท : Drama

Rate : 18+

ความยาว 119 นาที

กำหนดฉาย 02 Nov 2017

รีวิว Stronger

รีวิว (ดูมาแล้วเข้ามาให้คะแนนในเว็บกันด้วยนะ)

หนังเริ่มเรื่องได้ค่อนข้างกระชับกับการแนะนำเราให้รู้จักกับเจฟฟ์หนุ่มพนักงานย่างไก่ในโรงงานอารมณ์ดีที่จู่ๆก็พบกับแฟนเก่าอีรินโดยต้องการที่จะทำให้เธอประทับใจอีกครั้งโดยไปรอโผล่ตรงเส้นชัยในงานบอสตันมาราธอนและก็เกิดเรื่องราวไม่คาดฝันอย่างที่เรารู้กันหนังสร้างความสะเทือนใจผู้ชมได้อยู่หมัดตั้งแต่วินาทีแรกของการะเบิดหนังสามารถดึงเราเข้าไปมีอารมณ์ร่วมในการเอาใจช่วยไม่ว่าจะเจฟฟ์หรือครอบครัวของเขาในช่วงแรกได้เป็นอย่างดีเราสามารถรับรู้ถึงความระหองระแหงภายในครอบครัวความรู้สึกผิดของอีรินแต่ด้วยความมองโลกในแง่ดีของเจฟฟ์ที่แสดงออกถึงทัศนคติในแง่บวกทำให้บรรยากาศทุกอย่างดีขึ้นและเมื่อมีคนให้กำลังใจเขาทั้งบอสตันเชิญไปออกงานนู่นนี่บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความหวังและรอยยิ้มซึ่งจากตรงจุดนั้นทำให้คิดว่าหนังจะเล่นอะไรให้เราดูต่อในเมื่อวันฟีลกู้ดไปแล้วคงไม่แคล้วออกมาเบาๆไม่หนักคล้ายๆกับ Breathe

แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลยคือจบแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมหนังเรื่องนี้กว่าจะออกมาถึงใช้เวลาพอสมควรภาพข่าวที่เราเห็นกับเรื่องจริงส่วนตัวที่เกิดขึ้นมันต่างกันราวฟ้ากับเหวหนังเล่าเรื่องให้เราได้สำรวจเข้าไปในสภาพจิตใจของเจฟฟ์ที่ดูเหมือนจะมองโลกในแง่ดีในตอนแรกแต่กลับแบกรับภาระและความรู้สึกกดดันหลายอย่างจากครอบครัวจากสังคมและชีวิตที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมแทบทุกอย่างจนไม่อยากจะออกไปพบปะกับใครไม่อยากทำดีอะไรกับใครใช้ชีวิตเสเพลตามใจซึ่งบอกเลยว่าอยากถวายพานรางวัลให้กับเจคจิลเลนฮาลสุดๆพัฒนาการของเขาตลอดเรื่องทำให้เรารู้สึกกดดันไปกับเขาและอัดเอาจนน้ำตาร่วงเป็นระยะๆและไม่สงสัยเลยว่าการพิการคือ “การแสดง” คือแสดงเหมือนไม่แสดงดูเหมือนคนพิการจริงๆและยิ่งฉากระเบิดอารมณ์ขันสุดของความกดดันที่เกิดขึ้นนั้นสามารถเอาอยู่ได้แบบถึงพริกถึงขิงเขาแสดงอาการของผู้ป่วยจากโรค PTSD หรือผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์รุนแรงไม่ว่าจะทำอะไรก็เห็นภาพเหตุการณ์นั้นอยู่ตลอดได้ยินอยู่ตลอดจนแทบจะเป็นบ้าให้เราได้รู้สึกสงสารจริงๆและในขณะเดียวกันตาเตียนน่ามาสลานีตอนแรกไม่คุ้นเลยว่าเป็นใครแต่บอกเลยว่าแคสต์เป๊ะมากเคมีเข้ากันกับเจคได้ดีสุด  ๆบทจะหวานก็หวานจนกลัวผึ้งต่อยและพาร์ทที่ต้องรับส่งอารมณ์กับเจคก็ทำได้ดีมากๆตาเตียน่าแสดงความรู้สึกของอีรินที่รักและห่วงเจฟฟ์จนทิ้งทุกอย่างเพื่อมาดูแลเขาได้ดีมากๆการแสดงออกทางสีหน้าแววตานั้นทำให้เราสัมผัสและมีส่วนร่วมกับความรู้สึกได้อย่างง่ายดายบทสาดพลังใส่กันก็ไม่มีใครแพ้ใครกับเจฟฟ์ถือได้ว่าทั้งคู่สามารถสอดประสานและซัพพอร์ทกันได้แบบดีมาก  ๆจนอยากมอบรางวัลให้ทั้งคู่จริงๆส่วนบทของนักแสดงสมทบอื่นๆก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียวโดยเฉพาะบทแม่ของเจฟฟ์ที่แสดงโดยมิแรนด้าริชาร์ดสันนั้นก็เอาอยู่กับบทแม่ขี้เมาเอาแต่ใจแต่รักและเป็นห่วงลูกจริงๆ

บทกลางๆเรื่องอาจมียืดยาดนิดๆในส่วนของพาร์ทความโรแมนซ์ความสัมพันธ์ของเจคกับตาเตียน่าแต่ก็ไม่ได้น่าเบื่อมีบางตอนที่ตัดต่อจากจุดพีคไปสู่จุดเงียบได้แบบประดักประเดิดไปนิดนึงแต่ก็ถือว่าไม่ได้แย่เพราะการเล่าเรื่องที่ดีในองค์รวมทำให้หนังทั้งเรื่องดูปังหนังเล่าจากจุดสิ้นหวังมาสู่จุดมีความหวังและนำเราเข้าไปสู่ส่วนลึกแห่งความทุกข์ระทมจนนำมาสู่การปลดปล่อยเป็นแรงบันดาลใจในตอนท้ายได้แบบมีพลังมากๆยิ่งในฉากตอนท้ายหนังไม่ได้เลือกโฟกัสให้ดูยิ่งใหญ่จากภายนอกแต่หนังเลือกที่จะโฟกัสที่การกระทำเล็กๆของบางคนแต่ให้ความที่รู้สึกที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังสุด  ๆจนบอกได้ว่าถ้าการแสดงและการเล่าเรื่องไม่ทำได้ดีจุดนี้พังยับแน่ๆแต่กลับกลายเป็นว่าจากการดีที่ว่ามาทำให้ฉากนี้มีพลังทำลายที่รุนแรงมหาศาลจนเสียน้ำตาให้อีกหยด

หนังดูจบแล้วมันยังตราตรึงจนแทบไม่อยากลุกออกจากโรงมันมีหลายอย่างให้เราได้คิดหลายอย่างที่เรามองข้ามไปซึ่งหนังได้ให้พลังชีวิตกับเราอย่างมหาศาลในแบบที่ว่าถ้าเอามาคิดตามดีๆเราเอาไปใช้เป็นหลักดำนเนินชีวิตที่ดีได้เลยหนังให้พลังชีวิตได้ดีมากจริงๆการกำกับของเดวิดกอร์ดอนกรีนที่ไม่ค่อยมีชื่อนั้นถือว่าทำให้เขาปังมากๆกับเรื่องนี้และบอกเลยว่าถ้าเจคกับตาเตียน่าไม่ได้เข้าชิงรางวัลอะไรเลยนี่มีโกรธอ่ะปล่อยพลังกันซะขนาดนี้

สรุป

ไปดูกันเถอะ หนังเติมพลังชีวิตแห่งปี เล่าเรื่องได้ทรงพลังที่จะทำให้คุณมีแรงฮึดสู้กับชีวิตได้เลย และที่สำคัญคือนักแสดงนำชายหญิงดีสุด  ๆ ส่งเสริมกันได้ดีมาก ไม่เสียดายตังค์แน่นอน

9/10

#Stronger #เกิดมาเพื่อดูหนัง

Cr.@Ik^Q^San

แสดงความคิดเห็น