รีวิว Breathe

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน | 7.50 / 10 คะแนน จากผู้ชม 4 คน
Loading...

Review (No.173/2017)

Breathe

ประเภท : Drama, Biography

Rate : G

ความยาว 120 นาที

กำหนดฉาย 19 Oct 2017

รีวิว Breathe

รีวิว (ดูมาแล้วเข้ามาให้คะแนนในเว็บกันด้วยนะ)

ซาบซึ้ง งดงาม  ให้แรงบันดาลใจในการมีชีวิต แอนดรูว์มีสิทธิ์ลุ้นออสการ์

การกำกับหนังเรื่องแรกแบบเต็มตัวของอดีตนักโมชั่นแคปเจอร์อย่างแอนดี้เซอร์คิสนั้นถือได้ว่าทำได้อย่างน่าประทับใจเขาก้าวผันด้วยเองจากการเป็นกอลลั่มคองซีซาร์และก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับกองสองของไตรภาค The Hobbit และแจ้งเกิดในวงการนาฐานะผู้กำกับอย่างไม่ผิดหวัง

หนังสร้างขึ้นจากเหตุการณ์จริงของโรบินคาเวนดิชหนุ่มอังกฤษอนาคตไกลที่แต่งงานกับหญิงสาวผู้เพียบพร้อมอย่างไดอาน่ากำลังจะชีวิตที่ดีมีสุขแต่แล้วชีวิตพลิกผันเมื่อติดเชื้อไวรัสโปลิโอที่สมัยนั้นยังไม่มีการรักษาเขาเป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงคอลงไปและต้องติดเครื่องช่วยหายใจแบบต้องเจาะคอทำให้เรื่องนี้การแสดงของแอนดรูว์การ์ฟิลด์นั้นบอกได้ว่าเล่นแต่หัวซะส่วนใหญ่จริงๆ

พูดถึงแอนดรูว์แล้วบอกตรงๆว่าเขาได้พิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่าเป็นนักแสดงที่มือไม่แพ้รุ่นใหญ่การแสดงออกของการเป็นผู้ป่วยอัมพาตที่ต้องเจาะคอนั้นนำได้สมจริงแม้แต่เสียงพูดที่ไม่ปกติ (ได้ข่าวว่าเขาฝึกการอยู่บนรถเข็น 3 เดือน) การแสดงของเขานั้นทำได้อย่างทรงพลังในทุกๆอารมณ์ไม่ว่าจะเป็นแววตาสีหน้าเราได้เห็นถึงชายหนุ่มผู้ที่มีความหวังใจในการใช้ชีวิตและเป็นแรงผลักดันให้คนอื่นอีกมากมายและฉากโรแมนติดหลายฉากนั้นก็สามารถส่งสายตาหวานเยิ้มเข้าคู่กับแคลร์ฟอยได้เป็นอย่างดีซึ่งรายหลังนั้นก็เคมีเข้ากับการ์ฟิลด์ได้จนสัมผัสได้ถึงความรักความห่วงใยที่ทั้งคู่มีต่อกันได้จริงๆและแสดงให้เห็นถึงผู้หญิงที่แม้จะอ่อนโยนสวยงามแต่ก็มีความเข้มแข็งคอยผลักดันและเป็นแรงใจให้กับสามีจนวินาทีสุดท้ายได้อย่างประทับใจ (หน้าฟอยคล้ายๆกับอเดลไม่รู้ใครคิดเหมือนกันบ้าง) และเมื่อจุดสุดท้ายมาถึงก็ทำเราให้บ่อน้ำตาแตกได้อย่างไม่ยากเย็นนักนักแสดงประกอบหลายๆคนก็ทำหน้าที่ได้ดีโดยเฉพาะพี่น้องฟ้าแฝดพี่ชายไดอาน่านั้นเป็นตัวเรียกเสียงฮาตลอดเรื่องได้เป็นอย่างดี

การเล่าเรื่องของ Breathe ถูกเล่าของมาในโทนที่ค่อนข้างฟีลกู้ดคือมันฟีลกู้ดมากๆหนังมุ่งเน้นไปที่ความอบอุ่นความรักความหวังที่ไดอาน่ามีให้โรบินและที่โรบินตัดสินใจมีชีวิตอยู่เพื่อเธอจุดนี้เล่าเรืองได้ดีจนซาบซึ้งประทับใจแม้ในตอนแรกจะเล่ารวบรัดในการคบกันไปหน่อยแต่หลังจากเกิดเรื่องแล้วทำให้เห็นความรักความทุ่มเทได้เป็นอย่างดีแต่ด้วยการเล่าแบบฟีลกู้ดนี้เองทำให้คอนฟลิคต่างๆประเด็นปัญหาต่างๆที่ถูกเล่นมาไม่กี่จุดไม่สามารถส่งผลที่กดดันจนเราเห็นความทุกข์มานของโรบินได้ว่าเขาต้องเผชิญการต่อสู้ที่หนักหนาแค่ไหนคือเหมือนผ่านๆมาให้รู้ว่ามีปัญหาแต่ก็ผ่านไปได้โดยง่ายดายซึ่งการเล่าแบบนี้นี่เองทำให้หนังไม่มีจุดพีคแม้กระทั่งฉากตอนท้ายที่ตัวเอกต้องกล่าวอะไรบางอย่างที่ควรจะบิวท์ได้หนักแต่หนังก็เลือกที่จะเล่าในแบบกลางๆแต่ก็ประทับใจได้ซึ่งถึงแม้ว่าหนังทั้งเรื่องจะไม่มีจุดพีคแต่ก็ไม่น่าเบื่อนะหนังเล่ามาแบบเรื่อยๆในโทนรักโรแมนติคพวกกับมุกตลกที่ใส่มาได้ค่อนข้างกลมกล่อมและดูสนุกรวมถึงเหตุการณ์อย่างที่บอกว่าถึงแม้จะดูเหมือนมีปัญหาแต่ทางแก้ไขก็มาแบบไม่ยากแต่ก็ทำให้เราอมยิ้มและประทับใจได้ในหลายๆเหตุการณ์แต่ก็เป็นทีน่าเสียดายว่าหากบทหนังทำมาให้มีดราม่ามากว่านักแสดงอาจมีอะไรให้เราเห็นมากกว่านี้ซึ่งแอบเสียดาย

สรุป

ง่ายๆ ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หนังที่เรียกน้ำตาบีบหัวใจแต่เป็นหนังในโทนให้พลังชีวิตฟีดกู้ดดูสนุกไม่มีจุดพีคแต่ไม่น่าเบื่อติดตามได้ตลอดกลมกล่อมได้แรงใจและตอนจบอาจมีเสียน้ำตาแบบไม่รู้ตัวแบบคุณจะไม่ได้ร้องให้ด้วยความรันทดของตัวละครแต่เป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติจากชีวิตรักของทั้งคู่ที่งดงามมากคู่หนึ่งของโลกภาพยนตร์

8/10

#BreatheMovie #เกิดมาเพื่อดูหนัง

Cr.@Ik^Q^San

แสดงความคิดเห็น