รีวิว Tokyo Ghoul

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน | 9.00 / 10 คะแนน จากผู้ชม 2 คน
Loading...

Review (No.170/2017)

Tokyo Ghoul

ประเภท : Action

Rate : 18+

ความยาว 120 นาที

กำหนดฉาย 12 Oct 2017

รีวิว Tokyo Ghoul

รีวิว (ดูมาแล้วเข้ามาให้คะแนนในเว็บกันด้วยนะ)

ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาดสำหรับเรื่องนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นเคยอ่านหรือไม่เคยอ่านมังงะก็ตามเพราะนี่คือหนังดราม่า-ทริลเล่อ-แอ็คชั่น-แฟนตาซีที่ดีที่สุดในรอบหลายปีที่จะตราตรึงคุณไว้กับจอจนกระทั่งเครดิตสุดท้ายขึ้น

นี่คือหนังที่ดัดแปลงจากมังงะได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเทียบเท่าระดับ Parasyte, Death Note, Rurouni Kenshin (Samurai X), Detroit Metal City และ I am a Hero

นี่ไม่ใช่หนังสำหรับเด็กตลอดทั้งเรื่องจะมีฉากที่มีระดับความรุนแรงที่ผู้ปกครองควรแนะนำเด็กเนื้อเลือดอวัยวะมาครบ (แต่ไม่แหวะนะสบายใจได้ไม่ต้องเบือนหน้าหนีความโหดระดับใกล้เคียง Parasyte)

ส่วนตัวไม่เคยอ่านมังงะมาก่อนแต่สอบถามจากแฟนๆที่อ่านมังงะได้ความว่าหนังสามารถเล่าเรื่องได้กระชับกว่ามังงะและเสริมความสมเหตุสมผลของบางตัวละครเข้าไปทำให้หลายๆอย่างดีขึ้นหนังเกริ่นอินโทรว่ากูลคืออะไรให้พอรู้แล้วตัดเข้าเรื่องแบบรวดเร็วทันใจเล่าเรื่องได้ไวและกระชับมากแต่ก็ยังสามารถดูรู้เรื่องทิ้งรายละเอียดหลายๆอย่างให้ได้ติดตามอย่างน่าสนใจส่วนใหญ่เรื่องจะเล่าจากมุมมองของตัวเอกเราจะรู้อะไรๆเท่าที่ตัวเอกรู้และทำให้เราเห็นพัฒนาการของตัวเอกได้ชัดเจนเรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้คนเขียนบทและนักแสดง Masataka Kubota ที่โด่งดังจากมินิซีรียส์ Death Note ที่ได้รับคำชื่นชมมากมายจากบทยางามิไลท์พอมาเล่นเป็นตัวเอกเรื่องนี้จากเด็กหงอๆในตอนแรกพัฒนาการมาจนเป็นอีกบุคลิกในตอนท้ายได้อย่างน่าเชื่อถือและน่าจดจำและทำให้เราเข้าใจอารมณ์ของตัวเอกได้ไม่ยากนักให้เราสงสารลุ้นเอาใจช่วยกับสถานการณ์ต่างๆของตัวเอกได้เป็นอย่างดีและเล่นในบทแบบที่ตัวละครในหนังควรจะเป็นเลยคือไม่ติดบุคลิกเล่นใหญ่ๆเวอร์ๆแบบหนังจากมังงะบางเรื่องจนดูเป็นการ์ตูนมากกว่าหนังส่วนทีมนักแสดงประกอบก็สามารถทำได้ดีอย่างน่าชืนชมเช่นกันที่ไม่ทำให้เราติดภาพหรือเอะใจเลยว่านี่คือหนังจากมังงะนะ  แต่ยังไงก็มีบางตัวละครที่เล่นใหญ่สไตล์การ์ตูนบ้างแบบ 1-2 คนแต่ก็ไม่ทำให้เสียอรรถรสในการชมมากนัก  และพระเอกจะหล่อขึ้นเรื่อยๆ

หนังเล่นประเด็นของเรื่องได้เข้มข้นหนักหน่วงมากๆหนังตั้งประเด็นคำถามว่าเราใช้อะไรวัด “ความเป็นมนุษย์” แบบเดียวกับประเด็นที่ Parasyte เล่นหนังแสดงให้เห็นถึงแรงผลักทั้งฝั่งมนุษย์และฝั่งของกูลในแบบพอๆกันให้คนดูตัดสินกันเอาเองว่าจะเชียร์ฝั่งไหนซึ่งทำได้ดีมากๆ

ฉากแอ็คชั่นของหนังนั้นมีไม่เยอะมากแต่ว่าแต่ละฉากนั้นก็น่าจดจำถึงแม้ว่า CG จะอยู่ในระดับที่ดีแต่ไม่ได้ดีมากนัก (ระดับปรสิตและโจโจ้) แต่ด้วยการเล่าเรื่องการจัดแสงมุมกล้องต่างๆสามารถกลบจุดด้อยตรงนี้ไปได้อย่างดีและแต่ละฉากนั้นหนักหน่วงดุดันมาก (ส่วนตัวให้โหดกว่าปรสิตเลย) พาร์ทดราม่าของหนังก็ทำได้ค่อนข้างดีด้วยความเข้มข้นของเรื่องทีดีอยู่แล้วหนังมีพลอตรองของตัวละครสมทบที่มีเรื่องราวคาบเกี่ยวกับตัวเองซึ่งเชื่อมต่อกันได้ดีมากและทำให้เราเอาใจช่วยได้ไม่ยากและยังมีมุกตลกต่างๆแทรกมาให้ผ่อนคลายขึ้นอีกด้วย

งานภาพถือว่าสวยดีอยู่อย่างที่บอกว่าอย่างการจัดแสงมุมกล้องการถ่ายทำต่างๆทำให้ลบจุดด้อยของ CG ไปได้บวกกับการเล่าเรื่องที่ดีสนุกกระชับงานภาพถือว่าซัพพอร์ทเรื่องได้ดีเลยทีเดียวแต่ที่น่าชื่นชมจริงๆคืองานดนตรีประกอบซึ่งเพิ่งมารู้ทีหลังว่าคือฝีมือ Don Devis คอมโพเซอร์แห่งไตรภาค The Matrix ที่ถึงว่าๆทำไมกลิ่นอายมันคุ้นๆดนตรีสามารถขับเน้นอารมณ์ในการเล่าเรื่องแต่ละส่วนได้เป็นอย่างดีและมี Theme ที่เพราะๆหลาย Theme เลยทีเดียว

ข้อเสียของหนังคือด้วยการที่หนังเลือกทีจะเล่าเรื่องแบบกระชับทำให้หลายๆส่วนอาจข้ามช้อตไปแบบงงๆเช่นพัฒนาการความสามารถของตัวละครในช่วงท้ายที่ก้าวกระโดดไวและละเลยประเด็นบางอย่างที่ขับเน้นมาตั้งแต่ตอนแรกอย่างน่าใจหาย (แต่ก็ยังไม่ทิ้งซะทีเดียว) และตัวละครบางตัวที่โผล่มาแบบแว๊ปๆหรือไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักและมากันแบบไม่คุ้มตัวละครที่บุคลิกการ์ตู๊นการ์ตูนบางตัวและตอนจบที่ยังค้างคานิดๆว่าจะเป็นยังไงต่อไป (หนังเพลย์เซฟแบบมันจบในตัวได้แต่ก็เลือกที่จะทิ้งบางอย่างไว้)

สรุป 

ไปดูเถอะไม่เคยอ่านก็ไปดูได้ยิ่งเคยอ่านยิ่งต้องไปดูคือหนังทำออกมาได้สนุกมากไม่มีส่วนน่าเบื่อเลยเล่าเรื่องกระชับน่าติดตามเจ้มจ้นฉากแอ็คชั่นหนักแน่น  นักแสดงก็แสดงดีและพระเอกจะหล่อขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไปตัวละครหญิงก็น่ารักนะ

8.5/10

#TokyoGhoul #เกิดมาเพื่อดูหนัง

Cr.@Ik^Q^San

แสดงความคิดเห็น