รีวิว Birth Of The Dragon

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน ( ยังไม่มีคะแนน )
Loading...

Review (No.156/2017)

Birth Of The Dragon

ประเภท : Action

Rate : 15+

ความยาว 95 นาที

กำหนดฉาย 21 Sep 2017

รีวิว Birth Of The Dragon

รีวิว

หนังที่หยิบเอาเรื่องราวของตำนานมังกรอย่าง “บรูซ ลี” มาเล่าใหม่อีกครั้ง ที่โปรโมทกันอย่างหนักหน่วงมากกับนักแสดงนำคือ “ฟิลลิป อึ้ง” หรือ “อู๋ ว่าน หลง” อดีตสตั้นแมนที่โด่งดังจาก “Once Upon a Time in Shanghai” ที่เล่นจริงไม่ใช้สตั๊นท์แมนในทุกฉาก

การรับบทบรูซลีของฟิลลิปอึ้งถือได้ว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นความหนักหน่วงของการออกท่าทางลักษณะการพูดความกวนอวัยวะเบื้องล่างความว่องไวสามารถแสดงความเป็นบรูซลีออกมาได้อย่างไร้ข้อกังขาและบทของหว่องแจ็คแมนที่รับบทโดยเซียหยูนั้นก็ทำได้อย่างมีมิติน่าค้นหาและดูมีของจริงๆแบบไม่ธรรมดา

แต่เอาเข้าจริงแล้วถึงแม้หน้าหนัง (และโดยเฉพาะตัวอย่าง) จะเป็นหนังแอ็คชั่นขายฉากต่อสู้แต่เอาเข้าจริงแล้วกว่า 60% ของเรื่องนั้นถูกขับเคลื่อนด้วยดราม่าด้วยความเป็นหนังกึ่งชีวประวัติซึ่งเส้นเรื่องไม่มีอะไรมาให้เล่ามากจึงมีการเสริมเรื่องแต่งเข้าไปในบทของลูกศิษย์คนหนึ่งของลีที่มีชื่อว่าสตีฟแม็คคีซึ่งรับบทโดยบิลลีแมกนุสเซนในการเป็นตัวกลางขับเคลื่อนเรื่องราวของทั้งฝั่งลีและแจ็คแมน

หนังมีการนำเสนอเรื่องราวของจิตวิญญาณที่แท้จริงของกังฟูเข้ามาว่ากังฟูคืออะไรมีเพื่ออะไรใช้ยังไงผ่านทางเหตุการณ์ต่างๆที่เข้ามาและเบื้องหลังตัวตนของลีและแจ็คแมนเพื่อให้เป็นคล้ายๆการก้าวผ่านพ้นวัย (Coming Of Age) ของลีที่ก้าวจากความทะเยอทะยานอีโก้สูงมาสู่การเป็นตำนานได้ส่วนที่ดีที่สุดของหนังที่เป็นพาร์ทดราม่าคือการเผชิญหน้ากันครั้งแรกของลีและเจ็คแมนที่ตามมาด้วยความอัดอั้นตันใจของลีที่อยากจะดวลกับแจ็คแมนให้รู้แล้วรู้รอดในขณะที่หลวงพี่มีความสงบเย็นและต้องการจะสั่งสอนบางอย่างให้กับลีไม่วิ่งเต้นตามเกมส์ของลี

หนังเรื่องนี้เอาจริงคือน่าเสียดายแบบสุด ๆ ทั้งที่หนังมีวัตถุดิบชั้นเลิศที่สามารถปรุงแต่งให้เป็นหนังขายแอ็คชั่นผนวกดราม่าชั้นดีแบบมีสาระที่คมคายได้ แต่ตาผู้กำกับ จอร์จ โนลฟี่ ยังคงมีปัญหาแบบเดียวจากเรื่อง The Adjustment Bureau คือการขาดเทคนิคการเล่าเรื่องที่น่าตื่นเต้นและแปลกใหม่ ทำให้หนังเรื่องนี้ยังคงย่ำต๊อกด้วยแนวทางแบบเดิม ๆ และจุดอ่อนที่สุดของหนังคือบทที่วางมาแบบหลวมสุด ๆ ไม่คมคาย แรงผลักดันของตัวละครบางครั้งก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะทำให้เชื่อได้ว่าทำไมถึงทำแบบนั้น มิติของตัวละครทุกตัวนอกจากลี กับ แจ็คแมนนั้นล้วนแบบราบ แม้พยายามจะสร้างดราม่ามารองรับแต่ก็ไม่สามารถทำให้มีอารมณ์ร่วมได้ และปัญหาหลัก ๆ คือเล่าเรื่องดราม่าได้เอื่อย เฉื่อยไปหน่อย

เรื่องปรัชญาและจิตวิญญาณของกังฟูที่ใส่เข้ามานั้นแม้จะเปิดตัวได้ดีมากสร้างความน่าติดตามแต่พอเวลาผ่านบทกลับไม่ไปถึงฝั่งฝันปมต่างๆถูกคลายอย่างง่ายดายและไร้ชั้นเชิงนึกจะคิดได้ก็คิดคนดูยังไม่ทันรู้เลยตกลงว่าแกคิดอะไรได้ฟระอยู่ดีๆก็เปลี่ยนท่าทีแบบงงๆคำสอนต่างๆที่ควรจะส่งมาเป็นจุดพีคในช่วงท้ายกลับกลายเป็นแค่คำพูดสวยหรูที่เป็นเหมือนการเล็คเชอร์แบบดาดๆ  แต่ไม่สามารถอิมแพคกับเรื่องได้เลยคือเห็นถึงความพยายามใส่ความละเอียดละมุนในแบบปรัชญาตะวันออกแต่มันทำได้ไม่ถึงเลยมันดูยัดเยียดไม่มีชั้นเชิงไม่เห็นกระบวนการเรียนรู้ที่ชัดเจนและถ้าพูดตรงๆคือมันดูสัมผัสแค่เปลือกของปรัชญากังฟูแค่นั้นยังดีที่การแสดงของฟิลลิปอึ้งและเซียหยูนั้นค่อนข้างมีเสน่ห์น่าติดตามมีแอ็คชั่นที่ตื่นตาอยู่บ้างไม่เช่นนั้นแล้วอาจน็อคคาโรงได้

จุดขายที่สุดของหนังคือฉากการดวลตัวต่อตัวของทั้งสองคนที่ทำออกมาได้หนักหน่วงและสวยงาม จนเราลุ้นไปกับทั้งคู่ว่าใครจะชนะกันแน่ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คิวบู๊นั้นดูยังไงก็ไม่สุด มันเหมือนกั๊ก ๆ ความแรง แต่คิดว่าน่าจะทำได้มากกว่านี้มั้ย ไม่มีอะไรให้ติดตาเลย ไหน ๆ ก็เอาฟิลลิป อึ้งมาแสดงแล้วทั้งที และฉากตะลุมบอนที่ควรจะโชว์หลาย ๆ อย่าง ก็กลับกลายเป็นฉากแอ็คชั่นดาด ๆ ที่เราเจอกันมาบ่อยแล้วในบรรดาหนังแอ็คชั่นที่ดูธรรมดา ไม่มีอะไรแปลกใหม่ มีดีแค่มุกที่พอให้เราหัวเราะหึ ๆ ได้

สรุป

แล้วคือมันเป็นหนังชีวิตแบบ Coming of Age จากเสี้ยวหนึ่งของชีวิตบรูซลีที่เอามาต่อเติมให้มีสีสันและพยายามขายดราม่าและจิตวิญญาณแห่งกังฟูแต่มันยังทำได้ไม่ถึงอย่างที่ควรจะเป็นไม่ได้เป็นหนังที่แย่ฉากแอ็คชั่นสนุกแบบดูได้เพลินๆฉากแอ็คชั่นที่อึ้งได้ในหลายๆท่าทางโดยเฉพาะฉากดวลตัวต่อตัวที่ทำได้ค่อนข้างดีทีเดียวและโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการแสดงของฟิลลิปอึ้งที่สวมวิญญาณความเป็นบรูซลีเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

7/10

#BirthOfTheDragon #เกิดมาเพื่อดูหนัง

Cr.@Ik^Q^San

แสดงความคิดเห็น