รีวิว An Incovenient Truth 2

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน ( ยังไม่มีคะแนน )
Loading...

รีวิว An Incovenient Truth 2

Review (No.142/2017)
An Incovenient Truth 2
ประเภท : Documentary
ความยาว 100 นาที
กำหนดฉาย 24 Aug 2017

รีวิว

หนังสารคดีโลกร้อนภาคต่ออย่างเป็นทางการที่มาจากความต้องการของอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ในการเรียกร้องให้คนเราหันมาใส่ใจโลกเรามากขึ้นจากภาวะโลกร้อน ซึ่งเมื่อปีสิบปีก่อนในปี 2006 หลังจากสารคดีภาคแรก An Inconvenient Truth ได้ลงโรง การนำเสนอความจริงที่เกิดขึ้นในโลกเราหลายด้าน รวมถึงการคาดคะเนความเป็นไปได้ในอนาคต ก็เกิดกระแสมากมายที่ทำให้ผู้คนมากมายในโลกได้ตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนจนสามารถคว้ารางวัลออสการ์สารคดียอดเยี่ยมมาไว้ในครอบครอง

หนังเปิดตัวด้วยฉากธารน้ำแข็งใหญ่ละลายลงสู่ทะเล พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อัลกอร์ในแง่ลบจากสื่อต่าง ๆ ซึ่งเป็นเหตุการณ์หลังจากที่ภาคแรกออกฉายที่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมของคนดูให้ซึมซับความรู้สึกของอัลกอร์ได้ดี ว่าการต่อสู้นั้นยากลำบากเพียงไหน สำหรับภาคนี้นั้นการนำเสนอก็ไม่ต่างจากภาคแรกมากนัก การดำเนินเรื่องหลักจะตั้งต้นอยู่ที่การบรรยายในห้องประชุม ภาพกราฟฟิคสถิติและการคาดคะเนต่าง ๆ สลับกับการตัดฉากจากการไปสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ของอัล กอร์ การเขาได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้คนจากหลากหลายที่ ภาพข่าวและเหตุการณ์จริงจากหลายสำนัก ที่ อัล กอร์ เคยทำนายไปก่อนหน้านี้ว่ามีสิทธิ์เกิดอะไรขึ้นบ้าง และมันก็เป็นไปตามนั้นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนำท่วม พายุ การเยี่ยมเยียนพื้นที่ภัยพิบัติ การสัมภาษณ์ผู้ประสบภัย รวมถึงยังเล่าไปในอดีตจากการที่เขาเคยไปบรรยายในที่ต่าง ๆ แต่สำหรับภาคนี้นั้น ดูจะเน้นไปที่ชีวิตการต่อสู้เพื่อโลกของอัล กอร์ ว่าหลังจากภาคแรกนั้น ภายในสิบปีนี้เขาต่อสู้ เคลื่อนไหวเพื่อให้ผู้คนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำประเทศทุกประเทศทั่วโลกได้ตระหนักกับปัญหาที่เกิดขึ้น และการเรียกร้องให้มีการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้นทั่วโลก

หนังสื่อให้เห็นถึงวัยที่ร่วงโรย ความเหนื่อยล้า และภาวะกดดัน ท้อแท้ ของอัล กอร์ อย่างเห็นได้ชัดในภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังสามารถนำเสนอให้เราเห็นได้ชัดว่าวายร้ายตัวจริงของเรื่อง คือผลกประโยชน์ส่วนตัวทางการเมืองของคนบางกลุ่ม ที่มีอำนาจถึงขนาดปลดประจำการดาวเทียมที่สามารถถ่ายสภาพภูมิอากาศของโลกได้แบบเรียลไทม์และสามารถคาดคะเนสภาพอากาศและภัยพิบัติได้ และอีกหลายตอนที่เราได้เห็นความท้อแท้ของเขา อันมาจากผู้มีกำนาจทางการเมือง ซึ่งหนังนำไปเสนอจุดไคลแมกซ์ที่การประชุมสหประชาชาติด้านปัญหาสภาวะอากาศของโลก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่าในช่วงนั้นสถานการณ์ที่ไม่ได้ออกข่าวใหญ่นั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าใครติดตามข่าวจะรู้ว่าบทสรุปสุดท้ายเป็นเช่นไร

ถึงแม้จะเป็นหนังสารคดี แต่ก็สามารถเล่าเรื่องได้น่าติดตาม การเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ นั้นอาจช็อคไม่มากเท่าภาคแรก แต่ก็สามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้ตระหนักถึงปัญหาเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ดนตรีประกอบและการตัดต่อหลาย ๆ เหตุการณ์ร้อยเรียงกันรับกับซีนหลักที่เป็นการบรรยายถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม เหมือนกับเรากำลังดูหนังเรื่องหนึ่งอยู่จริง ๆ และภาพฟุตเพจหลาย ๆ ภาพก็สวยงาม แต่แฝงด้วยความจริงที่น่ากลัว รวมถึงการนำคลิปจริง ๆ จากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาช่วยบิวต์ ก็สร้างจุดกระทบอารมณ์ได้ดีทีเดียว

หนังมีส่วนอืด ยืดยาดชวนง่วงไปบ้างในช่วงกลางเรื่อง แต่หลังจากเรื่องกำลังปูไปสู่การประชุ่มที่ปารีสนั้น สามารถเล่าได้อย่างเข้มข้น น่าสนใจ และการปิดท้ายด้วยการถอดถอนข้อสัญญาปารีสของทรัมป์ และปิดด้วยเพลง Truth To Power ของ One Direction นั้น ทำได้อย่างทรงพลัง และสร้างความกระอักกระอ่วนให้กับคนดูที่คิดตามสิ่งที่หนังต้องการสื่ออกมาทั้งเรื่องได้เป็นอย่างดี

สรุป

โดยรวม ถึงแม้หนังจะเน้นพูด ให้ข้อมูลเป็นหลัก แต่ก็สามารถทำได้อย่างน่าติดตามจากการตัดต่อร้อยเรียงเรื่องราวต่าง ๆ และดนตรีประกอบที่ทำหน้าที่สอดประสานอารมณ์ได้ดี มีบางช่วงยืดยาดไปหน่อย แต่หลังจากช่วงกลางเรื่องหนังเล่าได้อย่างทรงพลัง รวมถึงภาพถ่ายสถานที่ต่าง ๆ ก็ถือได้ว่างดงามเลยทีเดียว หนังให้เราเห็นพิษของการเมืองที่ร้อนแรงยิ่งกว่าโลกร้อนได้ชัดเจนจนดูจบแล้ว ถึงกับต้องมาตั้งคำถามกับตัวเองเลยทีเดียว ว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง แล้วผู้ใหญ่บ้านเมืองเรา ทำอะไรกันอยู่

7.5/10

Cr. Ik^Q^San

#AnIncovenientTruth2 #เกิดมาเพื่อดูหนัง

แสดงความคิดเห็น
แบ่งปัน