รีวิว Silence

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน ( ยังไม่มีคะแนน )
Loading...

Review (No.132/2017)

Silence

ประเภท : Drama, Adventure

ความยาว 160 นาที

กำหนดฉาย 17 Aug 2017

รีวิว Silence

รีวิว
        นี่คือหนังที่ดีที่สุดอีกเรื่องของ Martin Scorsese ท้าทายความเชื่อ หดหู่ รุนแรง ไม่โลกสวย งานภาพดีมาก #เหยียบหรือไม่เหยียบ

        นี่คือหนังที่คริสเตียนควรดูอย่างยิ่ง และคนที่ไม่ใช่คริสเตียนก็ควรเช่นกัน สำหรับคริสเตียนต้องบอกก่อนเลยว่านี้ไม่ใช่หนังคริสเตียนโลกสวยทั่วๆไป ที่เคยมีมากันเยอะๆ หนังดูจบออกมาแล้วเชื่อว่าหลายคนจะต้องรู้สึกหดหู่ เศร้า สะเทือนจิตใจ อาจถึงขั้นร้องไห้เลยก็เป็นได้ ดูแล้วเชื่อว่าทุกคนจะต้องมาคิดว่าถ้าเป็นเรา เราจะทำยังไง จะเหยียบหรือไม่เหยียบ จะยังเชื่อพระเจ้าอยู่ไหม ซึ่งถ้าดูแล้วกลับมาคิดให้ตกตะกอนหนังให้อะไรกับคนดูเยอะมาก ความเข้มแข็งในความเชื่อ การรอคอย และการมีจุดยืนทำให้คนคนนึงต้องเจออะไรต่อมิอะไรมากมายขนาดนี้เลยหรอ และจะเกิดคำถามกับตัวเองว่า ถ้าเป็นเรา เราจะยังยืนหยัดกับสิ่งที่เราเชื่ออยู่ไหม๊ 

       ในอีกมุมนึงหนังยังสะท้อนให้เห็นถึงสังคม ค่านิยม ความคิดของคนในยุคนั้นที่ทำให้เป็นอย่างที่เห็นกันในหนังคือไม่ยอมรับศาสนาอื่น คำพูดของตัวละครในเรื่องค่อนข้างมีความสำคัญมากๆ ที่เป็นตัวบอกถึงเหตุผลต่างๆนาๆ ขอบอกก่อนว่านี่ไม่ใช่หนังระทึกขวัญแบบมีสู้รบอะไร หนังพูดกันเกือบทั้งเรื่อง ที่ตัดสลับกับความเงียบสมกับชื่อเรื่องที่ได้อารมณ์สุดๆ ชวนให้อินไปกับหนังได้อย่างไม่รู้เบื่อทั้งๆที่หนังยาวเกือบ 3 ชม คอยลุ้นในฉากต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากหลบซ่อน หรือฉากลุ้นระทึก หนังทำจังหวะดีมากชวนให้คนดูรู้สึกเศร้า หดหู่ ลุ้นได้ตลอดทั้งเรื่อง

         งานภาพของหนังขอบอกเลยว่าสวยมากๆไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้เข้าชิง Oscar สาขาภาพประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม คืองานดีจริงๆ มุมกล้องก็สวย

         ด้านนักแสดงขอยกนิ้วให้กับการแสดงของ Andrew Garfield เลยคือแสดงได้ดีมาก เป็นเรื่องที่เขาแสดงได้ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ต้องแบกรับหนังไว้คนเดียวตลอดเรื่อง แบกรับความกดดันต่างๆ ความเครียด ความดราม่าที่อัดแน่นตลอดเรื่อง คือดีงามมาก ส่วน Liam Neeson บทไม่ได้น้อยอะไรขนาดที่หลายๆคนคิดไว้ คือบทมีความสำคัญต่อเนื้อหาของหนังมาก และเป็นตัวละครที่ต้องแสดงอารมณ์ว่าความทารุณต่างๆเขาผ่านมันมาแล้ว และอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง อีก 2 นักแสดงที่อยากพูดถึงคือ Issei Ogata ที่ออกมาไม่เยอะแต่แสดงได้รู้สึกเหมือนจะเกลียดมากแต่ก็เกลียดเขาไม่ลง เพราะอะไรต้องไปดูเอง ท่าทางการแสดงโดดเด่นมากๆ และคนสุดท้ายคือ Yoshi Oida เป็นคนที่แสดงได้ดีมาก รู้สึกและสัมผัสได้ถึงความรักที่เขามีต่อพระเจ้าจริงๆ พร้อมกับอาจจะทำให้คุณเสียน้ำตากับเขาคนนี้ก็เป็นได้ด้วย
สรุป

       เป็นหนังที่ดูแล้วทำให้เกิดคำถามกับตัวเอง ถึงการยืดหยัดในสิ่งที่เราเชื่อ (อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของศาสนา แต่ยังรวมถึงอุดมการณ์หรือเป้าหมายความตั้งใจได้อีกด้วย) 

9/10
#Silence #เกิดมาเพื่อดูหนัง
Cr.@KatuA & Powder

แสดงความคิดเห็น