รีวิว Atomic Blonde

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน | 6.00 / 10 คะแนน จากผู้ชม 1 คน
Loading...

Review (No.125/2017)
Atomic Blonde

ประเภท : Action

ความยาว 115 นาที

กำหนดฉาย 3 Aug 2017

รีวิว Atomic Blonde

รีวิว

หนังสายลับแอ็คชั่นพลังหญิงผลงานกำกับเดี่ยวของ David Leitch อดีตสตันท์แมนฝีมือพระกาฬและผู้กำกับร่วมใน John Wick ที่จะพาคนดูย้อนกลับไปสู่ยุคสงครามเย็น ช่วงเหตุการณ์กำแพงเบอร์ลินใกล้แตก ในขณะเดียวกันวงการสายลับก็ระส่ำระสายเมื่อ “The List” รายชื่อที่จะเปิดโปงสายลับทั้งหมดบนโลก ไม่ว่าจะจาก MI6 หรือ CIA ได้หลุดออกไป เป็นหน้าที่ของลอเรน สายลับอังกฤษสังกัด MI6 ที่จะต้องไปทำภารกิจค้นหารายชื่อนี้มาให้ได้ก่อนที่ทุกคนจะต้องไปคุยกับรากมะม่วงกันหมด

เรื่องนี้การกำกับภาพอย่างเจ๋ง ผู้กำกับภาพ Jonathan Sela ซึ่งร่วมงานกับ Leitch มาตั้งแต่ John Wick ถ่ายทอดออกมาได้มีเสน่ห์ ดูเท่ ดูแนว จัดจ้าน เข้ากับกับ Theme ของหนัง และ Character ของตัวละครได้อย่างดี บวกเพลงประกอบที่นำเอาเพลงไสตล์ยุค 80-90 มาใช้ซึ่งบอกเลยว่าลงตัวมากกกกก (ก ไก่ล้านตัว) แล้วไม่รู้ว่าอะไรคือหลาย ๆ ฉากที่ Charlize เดินคือชมคนตัดต่อเลยว่าเป๊ะ นางเดินเข้าจังหวะเพลงด้วยแน่ะ เป๊ะเฟร่อ

งานแอ็คชั่นเรื่องนี้บอกเลยว่าถึงแม้จะเป็นเจ้าเดียวกับ John Wick แต่ถือได้ว่ามีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ต่างออกไป คือถ้าเฮีย John เน้นความเท่ ความเนี๊ยบ ความเก่งแบบฆ่าล้างบางได้ทั้งก๊ก แต่เรื่องนี้มาพร้อมกับความดิบฮะ โดยเฉพาะหนุ่มหน้ามล James McAavoy ที่เรื่องนี้มาสายลับมาดทั้งเถื่อนทั้งดิบ แบบสลัดภาพพ่อหนุ่มน้อยใน Wanted และศาสตราจารย์ X ไปได้เลย นางเล่นเก่งมาก และฉากแอ็คชั่นความรุนแรงต่าง ๆ บอกเลยว่าขายความดิบมากกว่าความเท่ห์

แต่เสียดายที่สิ่งเหล่านี้นั้นได้ถูกใช้น้อยมากช่วงครึ่งแรกและครึ่งค่อนหลัง ด้วยความเป็นหนังแนวสายลับที่เน้นความจริงบนความเป็นไปได้ ทำให้ช่วงการดำเนินเรื่องช่วงครึ่งแรกนั้นบอกได้ว่าย้วย ยืด อยู่พอสมควร หนังถึงแม้บทบทที่น่าติดตาม มีปมให้หักเหลี่ยมเฉือนคมกันมาก และการเล่าเรื่องพอดูได้เพลินๆ แต่ไม่สามารถเล่าเรื่องออกมาให้น่าติดตามได้มากนัก ไม่กระชับ มีสิ่งที่ไม่จำเป็นเต็มไปหมด ส่วนที่ควรเน้นบางอย่างก็ละเลย แต่สิ่งที่ฉุดหนังเอาไว้คือขุ่นแม่ Charlize นี่ล่ะ คือนางออร่า นางเจิดจรัส นางมีเสน่ห์ นางเท่ นางเป็นนางพญา ขนาดโทรมยังสวยได้ ทำให้เราติดตานางไปได้ตลอดเรื่อง แต่น่าเสียดายที่หากพูดถึงการแสดงของนางแล้ว บอกได้ว่ายังไม่สามารถสลัดภาพเดิม ๆ จากเรื่องก่อน ๆ ได้ การแสดงไม่ได้โดดเด่นและบุคลิกยังคงเหมือนเอา Fast 8 + Snow White + Prometheus มารวม ๆ กัน และฉากแอ็คชั่นหลายฉากยังดูไม่แข็งแรงเท่าไหร่นัก

แต่ช้าก่อน ข้อเสียต่าง ๆ ที่ว่ามาจะหมดไปเมื่อเข้าสู่ช่วงฉาก Long Take ในช่วงท้ายของหนัง มันมีความพีค เป็น Long Take ที่ยาวสิบเกือบยี่สิบนาทีได้ คือตั้งแต่เข้าตึก ขึ้นชั้นบน ลงชั้นล่าง ทั้งลิฟต์ ทั้งบันได และมีบู๊อยู่ตลอด คลั่งแบบอัพยา ทั้งยิง ทั้งแทง ทั้งต่อย เตะ ทีบ ฟัด ฟาด กระทืบ คือมันดิบ มันหายไม่ออก เครียด กดดัน อึดอัด ลุ้น เหนื่อย และเป็นแอ็คชั่นเรื่องแรกที่มันดู “จริง” แบบสุด ๆ คือมันมีความหมดแรง เหนื่อย หอบ มึน หลายซีนแบบเฮ้ย มันน่าจะเจ็บจุกแบบจริง ๆ คือยอมใจนักแสดง สตันท์ ตากล้อง ทีมงานที่ปล่อยคิวต่าง ๆ มาก พวกนายโครตเมพ แม้จะมีความไม่จริงเข้ามาบ้างเรื่องความถึกของศัตรู แต่ก็เข้ามาเพื่อให้คนดูได้พักจากความกดดัน และเรียกเสียงฮาให้คนดูได้ชะงัดนัก และจุดพีคจริง ๆ คือฉากเข้า นาง – นาง ของขุ่นแม่ Charlize และ ขุ่นน้อง Sofia จะเป็นยังไงแนะนำให้ไปติดตามกันเอาเองในโรงนะฮะ บอกเลยว่า เผ็ด ซี๊ดส์ มาก

7/10

#AtomicBlonde

Cr.Ik^Q^San

แสดงความคิดเห็น