รีวิว Valerian And The City Of A Thousand Planets

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน | 7.50 / 10 คะแนน จากผู้ชม 2 คน
Loading...

Review (No.119/2017)Valerian And The City Of A Thousand Planets

ประเภท : Action, Sci-Fi

ความยาว 140 นาที

กำหนดฉาย 20 Jul 2017

รีวิว Valerian And The City Of A Thousand Planets

รีวิว

ก่อนอื่นต้องบอกว่าแอบเสียดายมากที่หนังเรื่องนี้มาช้าไปหน่อย ในยุคที่หนังไซ-ไฟมีเกร่อจนเชย เพราะทั้งที่จริงแล้ววาเลเรียนถูกสร้างมาจากนิยายภาพเมื่อ 50 ปีที่แล้ว และลุงลุค เบซง แกค่อนข้างเคารพต้นฉบับอยู่เยอะมาก แต่ต้องรอเทคโลโลยีที่จะทำโลกในวาเลเรียนขึ้นมาให้สมจริงได้ และเป็นวาเลเรียนนี่แหละครับที่ต้นฉบับ ไม่ว่าจะเป็นบท คอนเซ็ปต์ การออกแบบ แนวคิด ฯลฯ นั้นเป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังไซ-ไฟ หลาย ๆ เรื่องที่เราได้เห็นกันในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา (แน่นอนเป็นแรงบันดาลใจให้หนังดังอย่าง “สงครามดวงดาว” ด้วย) ซึ่งบอกได้เลยว่าเรื่องฉบับหนังนี่มีความเป็นเอกลักษณ์อยู่สูงมาก แต่ด้วยที่มันออกมาช้าทำให้ดูเหมือนลอกเรื่องอื่นมา แต่ที่จริงไม่ใช่เลย
ในเมื่อรอเทคโนโลยีมาเป็นสิบปี เรื่องที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คืองานภาพ ที่บอกได้เลยว่าอยู่ในระดับเดียวกับ Avatar และอันที่จริงส่วนตัวแอดคิดว่าอยู่เหนือกว่าด้วยซ้ำ คอนเซ็ปต์ต่าง ๆ การออกแบบนั้นเลอค่ามาก ๆ มีความล้ำสุด ๆ รายละเอียดมีความซับซ้อนและสวยงาม เราจะได้ตื่นตะลึง และทึ่งไปกับหลาย ๆ ฉาก หนังเลือกที่จะพาเราไปทำความรู้จักกับส่วนต่าง ๆ ของ “อัลฟ่า” สถานีอวกาศที่มีฉายาว่า “ดินแดนพันพิภพ” ที่เป็นศูนย์รวมของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ทั่วทั้งจักรวาลมาอาศัยอยู่และแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ผ่านทางการทำภารกิจของ “วาเลเรียน” และคู่หู “ลอเรลลีน” ซึ่งแอดบอกเลยว่าอยากให้ทำฉายใน Imax มาก เพราะรายละเอียดของงานภาพและออกแบบนั้นพี่แก “เก็บทุกเม็ด” จริง ๆ และไม่รู้สึกว่าลอยหรือหลอกตาเลย
หนังทำออกมาได้ดูสนุกน่าติดตามดี แต่ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้นบอกได้ว่าสำหรับสมัยนี้อาจดูง่าย เชย และเบาบาง อาจเป็นเพราะเบซงไม่ได้คิดจะเปลี่ยนบทจากต้นฉบับเท่าไหร่นัก (อย่างที่บอกว่า 50 ปีแล้ว ถ้าฉายสมัยนั้นมันแปลกใหม่มาก ๆ แต่ปัจจุบันบทแนวนี้เกลื่อน) และเน้นการทำความรู้จักกับอัลฟ่า ทำให้หลาย ๆ ส่วนดูยืดยาดเกินความจำเป็น บางส่วนที่เน้นก็ไม่ได้เน้น ทำให้อารมณ์ร่วมความรู้สึกในฉากที่ควรจะพีคนั้นไปได้ไม่สุดเท่าที่ควร (แต่ลุงลุคไม่ใช่ผู้กำกับสายขับดราม่าน้ำตากระจายอยู่แล้ว แกเน้นคอนเซ็ปต์กับแอ็คชั่น) แต่หนังก็ชดเชยด้วยงานภาพนี่แหละ ที่ทำเอาเราเพลิดเพลินไปตลอดเรื่อง และที่สำคัญคือเสน่ห์ของพระนาง บอกได้คำเดียวว่า “แซ่บ” เดน ดีฮาน กับ คาร่า เดอลาวีน นั้นเกิดมาเพื่อคู่กันจริงๆ เคมีเข้ากันแบบฟุ้งกระจาย เล่นได้แบบแสบสันต์ น่ารักและมีเสน่ห์จนเราหลงรักตัวละครและลุ้นตามไปได้ไม่ยากเลย ฉากแอ็คชั่นต่าง ๆ ที่ขายงานภาพนั้นทำได้ตระการตา แต่ฉากสู้ตัวต่อตัวอาจยังดูเก้ ๆ กัง ๆ ไปหน่อย อาจเพราะว่าสองพระนางยังไม่ค่อยได้แสดงหนังบู๊ไว้เท่าไหร่นัก และหนังก็ไม่ได้เน้นในส่วนนี้แต่ยังถือว่าทำได้ดีครับ

สรุป
คือหนังดูได้ค่อนข้างสนุกดีทีเดียวกับ มีของดีในตัวจึงกล้าชนกับ Dunkirk ของเทพโนแลน และไม่อยากให้พลาดในโรงกันจริง ๆ เพราะงานภาพที่แหละครับ ที่ขนกันมาทั้ง Weta ที่ทำให้ Avatar และ ILM ที่ทำให้ Star Wars ที่มีการแข่งขันกันระหว่างการทำด้วย ผลงานออกมาที่ได้จึงน่าทึ่งสุด ๆ ซีเควนซ์แอ็คชั่นทำได้สนุก พระนางดึงเราให้เข้าไปมีส่วนร่วมได้ดี ชดเชยเรื่องของบทที่เบาบางไปได้ และที่สำคัญ ห้ามพระพริบตาในฉากที่มีเจ๊ห่าน รีฮันน่า ฉากโชว์ของเจ๊คือดีงามเลยทีเดียว

8/10
#Valerian
Cr. Ik^Q^San

แสดงความคิดเห็น