รีวิว King Arthur : Legend Of The Sword

คะแนนจากผู้ชม

คุณจะให้ 1 คะแนนคุณจะให้ 2 คะแนนคุณจะให้ 3 คะแนนคุณจะให้ 4 คะแนนคุณจะให้ 5 คะแนนคุณจะให้ 6 คะแนนคุณจะให้ 7 คะแนนคุณจะให้ 8 คะแนนคุณจะให้ 9 คะแนนคุณจะให้ 10 คะแนน | 6.00 / 10 คะแนน จากผู้ชม 2 คน
Loading...

Review (No.83/2017)

King Arthur: Legend of the Sword

ปาะเภท : แอ็คชั่น

ความยาว 126 นาที

เข้าฉาย 10 May 2017

รีวิว King Arthur : Legend Of The Sword

รีวิว

    

      ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัยแฟนตาซีสุดอลังการแหวกแนวตำนานสุดคลาสสิคของดาบเอกซ์แคลิเบอร์ มีการติดตามชีวิตของอาร์เธอร์ตั้งแต่ชีวิตธรรมดาจนถึงการได้ขึ้นครองบัลลังก์ พ่อของอาร์เธอร์ถูกฆ่าตายตั้งแต่เด็ก วอร์ทิเกิร์น (จู๊ด ลอว์) ลุงของอาร์เธอร์ได้ฉวยโอกาสครองมงกุฎ ชิงสิทธิโดยชอบธรรมของเขาและเขาเองก็ไม่รู้ชะตาชีวิตที่แท้จริงของตนเอง อาร์เธอร์เติบโตด้วยความยากลำบากในตรอกเล็กๆ ของเมือง แต่เมื่อเขาดึงดาบขึ้นมาจากหินได้ ชีวิตเขาเกิดพลิกผันและทำให้พบกับชะตาชีวิตที่แท้จริงของตัวเอง แม้ว่าเขาจะยินดีหรือไม่ก็ตาม

ต้องบอกก่อนเลยว่าก่อนมาดูไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะคิดว่าเอาหนังเก่ามาปั้นใหม่เนี่ยมันเชยไปละ กี่ยุคกี่สมัยก็ต้องมีอาเธอร์ โรบินฮู้ด ถ้าเป็นฝั่งเอเซียก็ต้องเป็นไซอิ๋ว เป็นของคู่กับวงการภาพยนตร์มาแต่ไหนแต่ไร แต่ช้าก่อน เรื่องนี้จะเปลี่ยนทัศนคติคนดูไปทันที ด้วยฝีมือการกำกับของกาย ริชชี่ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้เป็นการตีความใหม่ เป็นการทำให้ตัวละครดูมีมิติลึกลงไปอีก ด้วยการปูเรื่องดราม่าพ่อแม่ตาย ดีแค่ไหนแล้วที่อาเธอร์แกไม่ได้ผันตัวไปเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ของหนังแฟรนไชส์ชื่อดัง เรื่องนี้มีการดำเนินเรื่องที่กระชับดีมากเรียกได้ว่าเป็นมิติใหม่ของหนังที่เกริ่นตัวละครที่ต้องฝึกวิชา ได้เห็นการพัฒนาของตัวละครโดยที่ไม่มีฉากอืดอาดให้ง่วงเหงาหาวนอนได้แม้แต่นาทีเดียว บทสนทนาที่กระชับฉับไว  หากใครเผลอหันหน้าไปทางอื่นแป๊บเดียวแอดรับรองว่าตามไม่ทันอย่างแน่นอน ฉากแอคชั่นที่ไม่ได้มีดีแค่การสโลว์โมชั่น ต้องกราบทีมซาวด์จริง ๆ เรื่องนี้คือทำให้หนังไม่น่าเบื่อเลยระทึกเพลงประกอบก็เข้ากับความเป็นอาเธอร์ได้ดีสุดๆ ส่วนเรื่อง CG ก็ต้องบอกว่าดีงามแนบเนียนมาก แต่เสียดายที่ตัวเรื่องเองก็เดาทางง่ายไปหน่อยเพราะบทของอาเธอร์เองก็คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตามที่กล่าวไปไว้ข้างต้นคือเป็นอาเธอร์ที่ไม่ได้ตีความใหม่ แต่เป็นอาเธอร์ที่บ้าระห่ำขึ้น แอคชั่นมากขึ้น พลังเหนือมนุษย์เยอะขึ้น ส่วนเรื่องตัวละครเนี่ยมันเยอะแต่การกระจายบทยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บทไปอยู่กับชาลี ฮันนัมซะหมดแต่พี่แกก็เป็นคนที่เอาหนังอยู่ทั้งเรื่อง จู๊ด ลอว์นี่แทบจะกลายเป็นตัวประกอบไปเลยทีเดียว 

สรุป

        อาเธอร์ที่เน้นหนักไปทางแอ็คชั่น หนังไม่มีคำว่าอืดมีอะไรให้ติดตามได้ตลอด เพลงประกอบเร้าใจ บทไม่กระจายเท่าไหร่ เนื้อเรื่องคาดเดาง่ายไปหน่อย ใครเผลอระหว่างเรื่องมีงงแน่นอนเพราะเรื่องไปไวมาก
8/10
#kingarthur
Cr.แอดหมี

แสดงความคิดเห็น